รีวิว S.T.A.L.K.E.R. 2: Heart of Chornobyl การกลับมาของหายนะที่รอคอย

แชร์เรื่องนี้:

Overview

Sniper Elite: Resistance เป็นภาคแยกของซีรีส์ Sniper Elite ที่ไม่ได้ใช้ตัวเลขต่อท้ายภาค แต่เป็นการต่อยอดจาก Sniper Elite 5 ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ โดยภาคนี้มีจุดเด่นที่การเปลี่ยนตัวเอกเป็นครั้งแรก พร้อมพาผู้เล่นไปสัมผัสประสบการณ์การลอบเร้นสังหารในฉากหลังของฝรั่งเศสช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกครั้ง

Story (8/10) - โลกที่ซับซ้อน ตัวละครน่าติดตาม แต่เนื้อเรื่องช่วงท้ายอาจสับสน

ทศวรรษผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ภัยพิบัติเชอร์โนบิลในปี 1986 และความพยายามของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ C-Consciousness ที่จะควบคุมพลังของ Noosphere จนนำไปสู่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ พื้นที่ที่เรียกว่า The Zone ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล กลายเป็นดินแดนพิสดารที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดปกติทางธรรมชาติ, สัตว์กลายพันธุ์, และกลุ่มคนที่ถูกดึงดูดเข้ามาด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ทั้งการผจญภัย, ความโลภ, อำนาจ, การทำลายล้าง, หรือแม้แต่การแสวงหาความรู้

ในปี 2022, ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องจากทั่วโลก The Zone กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อมีการตรวจพบปรากฏการณ์ประหลาดบ่อยครั้งขึ้น และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ The Zone กำลังขยายตัว ปรากฏการณ์เหล่านี้เริ่มรั่วไหลออกสู่โลกภายนอก สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้ที่รับรู้เรื่องราว

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Skif นาวิกโยธินยูเครนที่กลับมาใช้ชีวิตหลังปลดประจำการได้เพียง 3 ปี ก่อนที่อะพาร์ตเมนต์ของเขาจะถูกทำลายโดย Anomaly (ปรากฏการณ์ผิดปกติ) ที่ควรจะเกิดขึ้นแค่ใน The Zone เท่านั้น เหตุการณ์นี้ทำให้เขาต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ และด้วยความช่วยเหลือจาก Dr. Herrman ผู้มีอุปกรณ์สแกนเนอร์ประหลาด Skif จึงตัดสินใจเดินทางเข้าสู่ The Zone พร้อมกับแผนการของ Dr. Herrman

การเดินทางครั้งนี้ทำให้ Skif ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย ทั้งสัตว์กลายพันธุ์, กลุ่มทหาร The Ward, กลุ่มโจร Bandit, และกองกำลังลึกลับอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว Skif ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและถูกโจมตีจนหมดสติ นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในภาคต่อนี้

ทีมงาน GSC Game World ไม่ลืมตัวละครที่แฟน ๆ จดจำได้จากไตรภาคก่อน พวกเขานำตัวละครเก่ากลับมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่สมเหตุสมผล และสร้างมิติให้กับตัวละครที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการย้ายถิ่นฐาน การพูดคุยกับ NPC (ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น) ที่เคยปรากฏในภาคก่อน ๆ จะช่วยเพิ่มอรรถรสและเติมเต็มช่องว่างที่หายไป

ตัวละครใหม่มีทั้งผู้ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับ The Zone มาก่อน และผู้ที่เคยมีอดีตผูกพันกับดินแดนแห่งนี้ แต่ถูกชะตากรรมดึงกลับเข้ามา ทุกตัวละครมีเส้นทางที่ผู้เล่นจะได้พบเจอ และการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่มักจะผูกโยงกับปมในอดีต มีเพียงไม่กี่ตัวละครที่มองไปยังอนาคต แต่ทุกตัวละครจะต้องเผชิญกับโชคชะตาที่โหดร้าย และการตัดสินใจของผู้เล่นจะมีผลต่อชีวิตของพวกเขา

NPC เป็นส่วนสำคัญที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่ พวกเขาช่วยเติมเต็มเรื่องราวด้วยการบอกเล่าถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเรื่องเล่าที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์ในภาคก่อน ๆ สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ นี่คือโอกาสที่จะได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของ The Zone โดยเฉพาะหัวหน้าของแต่ละ Faction (กลุ่ม) ที่มีเหตุผลในการเข้ามาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่าง Faction ต่าง ๆ ยังสัมผัสได้จากการปะทะกันในแผนที่

อย่างไรก็ตาม ตัวเกมอาจต้องใช้ความเข้าใจในภาษาพอสมควร และตัวเลือกในการตอบคำถามมีไม่มากเท่าภาคก่อน ๆ นอกจากนี้ เนื้อเรื่องในช่วงท้ายอาจซับซ้อนสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นไตรภาคก่อน การจบเกมมีทั้งหมด 4 แบบ ซึ่งการจะไปถึงแต่ละแบบต้องเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องมาตลอดทั้งเกม ดังนั้น การเซฟเกมแบบปกติ (ไม่ใช่ Quick Save) จึงเป็นสิ่งสำคัญ

Gameplay (7/10) - คงเอกลักษณ์เดิม เพิ่มเติมคือความทันสมัย แต่ AI ยังต้องปรับปรุง

พูดง่าย ๆ ว่า "นี่คือ S.T.A.L.K.E.R. จากไตรภาคที่ภาพสวยขึ้น" โครงสร้างหลักของเกมยังคงเดิม แต่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น เช่น กลไกการเลือกเวลานอน/ตื่น และความสัมพันธ์กับ Faction ถูกตัดออกไป รวมถึงภารกิจตามหาเครื่องมือแบบในภาค Call of Pripyat

ระบบเก่า ๆ ที่คุ้นเคยยังคงอยู่ เช่น ระบบน้ำหนัก, Artifact และคุณสมบัติ/กัมมันตภาพรังสีที่ปล่อยออกมา, Anomaly ที่ต้องใช้ Bolt (น็อต) ในการตรวจสอบ, ระบบอาหารและยา (FDD - Food, Drug, Drink) ที่มีผลต่อค่าพลัง, และระบบกระสุนที่มีผลต่อเกราะ/เป้าหมาย

หน้า UI และ Tutorial ได้รับการปรับปรุงให้เข้าใจง่าย สามารถปรับแต่งและเลือกใช้ไอเทมได้อย่างรวดเร็ว ผู้เล่นสามารถปลดกระสุนจากอาวุธที่ตกอยู่บนพื้นได้ทันที และสามารถยกศพเพื่อกระตุ้น Anomaly ได้

UI ในเกมมีการเปลี่ยนแปลงจากภาคก่อน โดยแสดงข้อมูลที่จำเป็น เช่น การถูกมองเห็น และทิศทางของศัตรู การใช้ PDA เพื่อนำทางทำได้ง่ายขึ้น แต่จะไม่มี Minimap และการแสดงผลของ FDD ซึ่งอาจทำให้รู้สึกแปลก ๆ ในตอนแรก อนิเมชั่นของ FDD ถูกปรับปรุงให้ดูสดใหม่ แต่บางครั้งการใช้ FDD ผ่าน Shortcut อาจไม่ได้ผล และสามารถยกเลิกอนิเมชั่นได้

อนิเมชั่นในเกมถูกใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการเปิด/ปิดประตู, การปีนบันได, และการเก็บ Artifact ทำให้การเล่นไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้ ผู้เล่นสามารถปิดการแสดงผลของ "บันไดสีเหลือง" หรือสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่บอกใบ้เส้นทาง เพื่อเพิ่มความสมจริง

อาวุธ, ชุดเกราะ, และ Artifact ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเล่น มีการอัปเกรดปืนและชุดเกราะ บางชุดมี Lead Container (ช่องใส่ Artifact) เพื่อป้องกันกัมมันตภาพรังสี ผู้เล่นสามารถใส่ Artifact ที่มีคุณสมบัติพิเศษแต่ปล่อยกัมมันตภาพรังสีสูงในช่องนี้ได้

การอัปเกรดบางอย่างต้องใช้ Blueprint ที่ซ่อนอยู่ทั่ว The Zone หรือได้จาก Stash (จุดซ่อนของ) ซึ่งตำแหน่งของ Stash สามารถหาได้จาก Side Quest, Event, หรือ PDA ของ Stalker ที่ตายแล้ว การอัปเกรดขั้นสูงต้องใช้เงินจำนวนมาก และการซ่อมแซมก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน

NPC ตามเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง และค่า Reputation (ชื่อเสียง) มีผลต่อการเล่น การทำภารกิจสำเร็จจะเพิ่ม Reputation และอาจได้รับไอเทมพิเศษ หรือส่วนลดจากพ่อค้า/ช่างซ่อม/Guide (Fast Travel) การทำภารกิจล้มเหลวหรือทำร้าย NPC ในเมืองจะลด Reputation และอาจถูกโจมตี

ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ แต่บางครั้งเกมจะวางพลซุ่มยิงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นออกนอกเส้นทาง

โลกของ The Zone เต็มไปด้วยสถานที่หลากหลาย ทั้งหมู่บ้านร้าง, อาคาร, บึง, ทุ่งหญ้า, และป่าไม้ ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับความอันตรายและความโดดเดี่ยว การสำรวจสถานที่ต่าง ๆ จะนำไปสู่ปริศนาและความอยากรู้อยากเห็น แต่พื้นที่เหล่านี้มักมีอันตราย เช่น กับดักระเบิด หรือกับดักปืนลูกซอง

Anomaly มีรูปแบบใหม่ ๆ ที่อันตรายมากขึ้น เช่น ฟองสบู่กรด หรือแม็กม่าเคลื่อนที่ แต่บาง Anomaly ก็มีประโยชน์ในการผจญภัย

มนุษย์ในเกมอาจขอความช่วยเหลือ หรืออาจเป็นศัตรู การเลือกคำตอบจะทำให้ผู้เล่นได้เรียนรู้ความคิดของ Stalker เหล่านี้ NPC เหล่านี้จะปรากฏในรูปแบบของ Event หรือกิจกรรมต่าง ๆ

ศัตรูประเภท Mutant ยังคงมีรูปแบบคล้ายภาคก่อน แต่ได้รับการออกแบบใหม่ให้น่าขยะแขยงและจดจำได้ง่าย การต่อสู้กับพวกมันยังคงความสนุกและท้าทาย นอกจากนี้ ยังมีศัตรูประเภทใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความหลอน

AI ในเกมเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง เนื่องจากระบบ A-Life ยังไม่ถูกนำมาใช้ในตอนนี้ ทำให้ NPC ขาดชีวิตชีวาและบางครั้งก็ดูซื่อบื้อ การต่อสู้ส่วนใหญ่เป็นเพียงการ Spawn NPC ในจุดต่าง ๆ และเกิดการปะทะกันเมื่อเผชิญหน้ากันเท่านั้น

Performance (6/10) - จุดอ่อนสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน

Performance เป็นจุดที่น่าติที่สุดในตอนนี้ เกมมีการกระตุกอย่างมากในบางครั้ง แม้แต่ในคอมพิวเตอร์สเปคสูงก็ยังพบปัญหา

ผู้เล่นบางคนอาจเจอปัญหา NPC โผล่มาจากด้านหลัง และในช่วงท้ายเกม การ Spawn NPC เลวร้ายมาก

ปัญหาการกระตุกอาจเกิดจากคอมพิวเตอร์ของผู้เล่น (i5 11400, RTX 3070, RAM 32GB, Full HD, Medium, DLSS Quality) แต่ผู้เล่นคนอื่น (i7-13700k, RTX 4070, RAM 32GB) ก็พบปัญหาคล้ายกันเมื่อเล่นที่ความละเอียด 4K

ผู้เล่นบางคนใช้วิธี Optimization เองผ่าน Mod หรือโปรแกรม Lossless Scaling แต่ก็ต้องแลกมากับความหน่วง

บน Xbox Series X มีตัวเลือก Performance และ Quality ซึ่งทั้งสองโหมดทำให้เกมนิ่งกว่าบน PC แต่ก็ยังมีปัญหาการกระตุก

Unreal Engine 5 อาจเป็นสาเหตุของปัญหา Performance เนื่องจากเป็น Engine ที่มีปัญหากับ CPU หลายรุ่น แต่ S.T.A.L.K.E.R. 2 เป็นเกม Open World เกมแรก ๆ ที่ใช้ Engine นี้ และโลกของเกมก็เต็มไปด้วยรายละเอียด

แสงจากปากกระบอกปืนในที่มืดมองเห็นได้ยาก และความซับซ้อนของแสงในเกมทำให้การมองจากที่สว่างไปยังที่มืดยิ่งยากขึ้น

ภาพในเกมมีความสมจริง ใบไม้, อิฐ, หิน, ดิน, ปูน, ภูเขา, ธารา, ป่าไม้ มีรายละเอียด Anomaly ดูสวยงาม การใช้สีมีความอึมครึมและหม่นหมอง

GSC ยังคงเน้นการ Optimization แต่ปัญหาบางอย่างกลับแย่ลงหลังการอัปเดต

Sound Design (9/10) - ยอดเยี่ยม สมจริง และสร้างบรรยากาศได้ดีเยี่ยม

S.T.A.L.K.E.R. 2 มีการออกแบบเสียงที่ยอดเยี่ยม เสียงปืนมีความสมจริงและตอบสนองกับสภาพแวดล้อม เสียงในอาคารมีความแตกต่างกันตามพื้นที่ เสียงบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกมีความสมจริง เสียง NPC และตัวละครในเกมมีการพากย์เสียงที่สมจริงและสื่ออารมณ์ได้ดี (มี "Anu Cheeki Breeki iv damke" แน่นอน)

เสียงพากย์ภาษาอังกฤษก็ทำได้ดีเช่นกัน มีนักพากย์จากเกมดัง ๆ มาร่วมงาน

ระบบเสียงรอบข้างอาจมีเพี้ยนบ้างในบางจังหวะ แต่ไม่บ่อยนัก ผู้ที่มีหูฟังเกมมิ่งที่รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง (DTS:X, Dolby Atmos) จะได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

เพลงประกอบเป็นแนว Ambient ที่ไม่กลบเสียงอื่น ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศความอ้างว้างและโดดเดี่ยว เพลงประกอบการต่อสู้มีความหลากหลายและน่าตื่นเต้น

STALKER 2: Heart of Chernobyl

7.5 / 10 คะแนน

ถ้า GSC สามารถนำเสนอทุกสิ่งที่เคยสัญญาไว้ได้ S.T.A.L.K.E.R. 2 จะเป็นการผจญภัยที่วิเศษ เสน่ห์จากภาคก่อนยังคงอยู่ แต่ความอลหม่านและคาดเดาไม่ได้ของ The Zone หายไป แม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ S.T.A.L.K.E.R. 2 ก็ยังเป็นเกมที่แนะนำให้ลองสัมผัส และควรค่าแก่การรอคอย Community Mod ที่จะช่วยเพิ่มเนื้อหาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถเลือกซื้อเกม หรือเล่นผ่าน Game Pass ก็ได้

แชร์เรื่องนี้:
Calldamanny
Calldamanny

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง