อนาคตของเกม: AI จะแทนที่การเรนเดอร์ภาพแบบดั้งเดิมทั้งหมดหรือไม่? ซีอีโอ Nvidia ตอบชัด "ไม่มีทาง!"

แชร์เรื่องนี้:
อนาคตของเกม: AI จะแทนที่การเรนเดอร์ภาพแบบดั้งเดิมทั้งหมดหรือไม่? ซีอีโอ Nvidia ตอบชัด "ไม่มีทาง!"

เทคโนโลยี DLSS 4 Multi Frame Generation ใหม่ล่าสุดจากการ์ดจอ RTX Blackwell รุ่นใหม่ กำลังสร้างความฮือฮา ด้วยความสามารถในการใช้ GPU เรนเดอร์ภาพแบบดั้งเดิมเพียง 1 เฟรม และปล่อยให้ AI สร้างอีก 3 เฟรมที่เหลือ สัดส่วนที่แตกต่างกันมากขนาดนี้ นำไปสู่คำถามสำคัญ: อนาคตของวงการเกมจะเป็นอย่างไร? เราจะได้เห็นเกมที่ทุกเฟรมถูกสร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมดหรือไม่?

เจนเซ่น หวง (Jen-Hsun Huang) ซีอีโอของ Nvidia และผู้ผลักดันการใช้ AI ตัวยง ได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนในงาน CES 2025 ว่า "ไม่" แม้เทคโนโลยี AI จะล้ำหน้าเพียงใด แต่ก็ยังต้องการ "พื้นฐาน" หรือ "บริบท" เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน เปรียบเสมือนการป้อนข้อมูลให้ ChatGPT AI ในเกมก็ต้องการข้อมูลตั้งต้นเช่นกัน

บริบทนั้นอาจมาจากไฟล์ PDF หรือการค้นหาข้อมูลบนเว็บก็ได้... แต่สำหรับบริบทในวิดีโอเกมนั้น ไม่ใช่แค่ต้องสอดคล้องกับเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่ยังต้องสอดคล้องกับโลกและมิติภายในเกมด้วย และวิธีที่จะสร้างเงื่อนไข หรือมอบบริบทให้กับเกมก็คือการใส่ชิ้นส่วนเรขาคณิตหรือลวดลายพื้นผิวเข้าไปตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถนำไปปรับแต่งเพิ่มความละเอียดได้ในภายหลัง

Jen-Hsun Huang

เขายกตัวอย่างการทำงานของ DLSS 4 ที่ใช้เทคนิคนี้ จากทั้งหมด 33 ล้านพิกเซลในภาพระดับ 4K GPU จะเรนเดอร์เพียง 2 ล้านพิกเซลอย่างแม่นยำ และ AI จะใช้ข้อมูล 2 ล้านพิกเซลนั้นเป็น "พื้นฐาน" ในการสร้างอีก 31 ล้านพิกเซลที่เหลือ หวงย้ำว่า "2 ล้านพิกเซลที่ถูกเรนเดอร์นั้นต้องแม่นยำอย่างยิ่ง เพราะมันคือเงื่อนไขตั้งต้นให้ AI ทำงาน"

สรุปง่ายๆ คือ แม้ AI จะเก่งกาจ แต่ก็ยังต้องการข้อมูลตั้งต้นจากวิธีการเรนเดอร์แบบดั้งเดิม AI และการเรนเดอร์แบบดั้งเดิมจะต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แทนที่กันทั้งหมด ดังนั้น เกมในอนาคตจะยังคงต้องพึ่งพาการเรนเดอร์ภาพแบบดั้งเดิมอยู่ดี เพียงแต่จะมี AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

Source : pcgamer

แชร์เรื่องนี้:
FitcherTZ
FitcherTZ

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง