นับเป็นหนึ่งในเซอร์ไพรส์ใหญ่ของปี 2024 สำหรับการวางจำหน่าย Emio - The Smiling Man: Famicom Detective Club เกมสืบสวนสอบสวนภาคใหม่ล่าสุดจากแฟรนไชส์ Famicom Detective Club ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่ปี 1989 โดยภาคใหม่นี้นำเสนอเนื้อหาที่มืดหม่นและเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ของเกม Nintendo ในปัจจุบัน
ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Inverse ทาง Yoshio Sakamoto โปรดิวเซอร์ของเกม และ Kaori Miyachi ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ได้เปิดเผยเบื้องหลังการพัฒนาเกม โดย Sakamoto ยอมรับว่าเขารู้สึกประหลาดใจที่ Nintendo อนุมัติโปรเจกต์นี้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเนื้อหาที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ ในทางกลับกัน Miyachi กลับมีความมั่นใจมากกว่า

มีธีมและข้อความที่ผมต้องการจะสื่อผ่านเกมนี้จริง ๆ และเพื่อที่จะทำเช่นนั้น มันไม่มีทางอื่นเลยนอกจากต้องไปในทิศทางที่เราได้ทำไป อย่างไรก็ตาม เกมนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังทำบางสิ่งที่แตกต่างจากเกม Nintendo ส่วนใหญ่ ดังนั้นผมจึงคิดว่าเราจะเจองานยากในการขออนุมัติจากทีมภายในของ Nintendo
Yoshio Sakamoto-Producer
Miyachi เสริมว่า "ในขณะที่ Sakamoto คาดว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายในการขออนุมัติภายในจาก Nintendo แต่ฉันกลับคิดตรงกันข้าม อันที่จริง มีบางครั้งระหว่างการผลิตที่ Sakamoto ผู้กังวลจะพูดกับฉันว่า 'มันจะดีเหรอถ้าเราจะทำเรื่องราวแบบนี้?' และฉันก็จะตอบกลับไปเสมอว่า 'ฉันมั่นใจว่ามันจะต้องโอเค!'"
"ผมรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่โปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติอย่างราบรื่น" Sakamoto ยอมรับ "ผมเชื่อมั่นว่าหากเราเข้าหาธีมนี้อย่างจริงใจและสื่อสารถึงข้อความที่เราต้องการจะสื่อจริง ๆ นั่นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตอบสนองต่อความคาดหวังของ Nintendo ผู้ที่มอบโอกาสให้แก่เรา และนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้เราพยายามอย่างสุดความสามารถ"
Miyachi กล่าวเสริมว่า "เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันคิดว่านี่เป็นเกมที่ทะเยอทะยานสำหรับ Nintendo ในหลาย ๆ แง่มุม ฉันหวังว่าผู้เล่นจะสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นผ่านสิ่งที่เราได้ทำลงไปในเกมนี้"
บทสัมภาษณ์ยังได้กล่าวถึงการออกแบบเบื้องหลัง ความคล้ายคลึงกับเกมต้นฉบับ และบทส่งท้าย แต่ก็มีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วน Sakamoto และ Miyachi ปิดท้ายบทสัมภาษณ์ด้วยการพูดถึงอนาคตที่เป็นไปได้ของซีรีส์นี้ โดยทั้งคู่แสดงความสนใจที่จะร่วมงานกันในภาคใหม่ หากมีโอกาสเกิดขึ้น
การเปิดตัว Emio - The Smiling Man: Famicom Detective Club จึงไม่เพียงแต่นำเสนอเกมสืบสวนที่น่าติดตาม แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของ Nintendo และทีมพัฒนา นับเป็นก้าวที่น่าจับตามองสำหรับทั้งตัวเกมและทิศทางของ Nintendo ในอนาคต