ยักษา ซามูไร...ตำนานเกม Onimusha (โอนิมูฉะ) ที่คิดถึง
- จุดกำเนิด Sengoku Biohazard
- Onimusha: Warlords (2001) - กำเนิดนักรบอสูร
- เนื้อเรื่องแบบย่อของภาคแรก
- ระบบการเล่นที่ผสมผสาน
- ระบบอัปเกรด และ Progression
- ปริศนา และ Dark Realm
- ดนตรีประกอบสุดอลังการ
- Onimusha 2: Samurai's Destiny (2002) - ตำนานบทใหม่
- เนื้อหาแบบย่อในภาค Samurai's Destiny
- ระบบใหม่ในภาคที่ 2
- Onimusha 3: Demon Siege (2004) - ข้ามเวลาฝ่าวิกฤต
- เนื้อหาแบบย่อของ Demon Siege
- ระบบใหม่ในภาค 3
- Onimusha: Dawn of Dreams (2006) - บทใหม่ของตำนาน
- ระบบใหม่ใน Dawn of Dreams
- ภาค Spin-Off และอื่นๆ
- บทสรุป
- วิดีโอสำหรับคนอยากรู้เรื่องราวโดยละเอียด
หากเอ่ยถึงเกมเพลย์สเตชัน 2 (PlayStation 2) เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเกมชื่อดังมากมาย อย่าง God of War หรือ Devil May Cry ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเกมแนว Hack and Slash สุดมันส์ เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของเกมแนวนี้เลยก็ว่าได้ และหนึ่งในเกมที่เป็นต้นกำเนิดไอเดียให้กับซีรีส์เกมมากมายในช่วงเวลานั้นก็คือ Onimusha (โอนิมูฉะ) เกมที่ผสมผสานตำนานซามูไรเข้ากับปีศาจได้อย่างลงตัว วันนี้ Gamer Inside จะพาทุกท่านย้อนรอยตำนานเกมนี้กัน
จุดกำเนิด Sengoku Biohazard
ย้อนกลับไปปี 1996 เกม Biohazard (Resident Evil) ถือกำเนิดขึ้นและสร้างความประทับใจให้กับคอเกมทั่วโลก ด้วยความสยองขวัญ ความตื่นเต้น และความสนุก Yoshiki Okamoto (โยชิกิ โอกาโมโต้) ดีไซเนอร์เกมจาก Konami ผู้สร้างสรรค์เกมอาร์เคดชื่อดังอย่าง Gyruss และ Time Pilot ได้ย้ายมา Capcom และมีส่วนร่วมในการพัฒนา Biohazard ความสำเร็จของ Biohazard ทำให้ Capcom ตัดสินใจทำภาคต่อทันที โอกาโมโต้ได้เสนอไอเดีย Sengoku Biohazard เกม Biohazard ในธีมญี่ปุ่นยุคสงครามกลางเมือง (Sengoku) โดยจะมีบ้านนินจาที่เต็มไปด้วยกับดัก การต่อสู้ด้วยดาบและดาวกระจาย แม้ไอเดียนี้จะไม่ได้ถูกพัฒนาเป็น Biohazard ภาคต่อโดยตรง แต่มันกลับกลายเป็นต้นกำเนิดของตำนานเกม Onimusha
Onimusha: Warlords (2001) - กำเนิดนักรบอสูร
Onimusha: Warlords ถูกพัฒนาสำหรับเครื่อง Playstation 2 ด้วยเนื้อเรื่องที่เขียนโดย Noboru Sugimura (โนโบรุ ซุกิมูระ) ผู้เขียนบทอนิเมชั่น Lupin the Third Part II และ Kamen Rider Black (1987) โดยเน้นไปที่ตัวละครในประวัติศาสตร์อย่าง Oda Nobunaga (โอดะ โนบุนากะ) ในฐานะตัวร้ายของเรื่อง ทีมงานยังได้ใช้เทคโนโลยี Motion Capture และได้นักแสดงชื่อดัง Takeshi Kaneshiro (ทาเคชิ คาเนะชิโระ) มารับบทและให้เสียงพากย์ตัวเอก Samanosuke Akechi (ซามาโนะสุเกะ อาเกชิ) ซามูไรผู้ได้รับพลังจากอสูรโบราณ (โอนิ) กลายเป็นนักรบอสูร หรือ โอนิมูฉะ เพื่อต่อกรกับกองทัพปีศาจเกนมะของโนบุนากะ ที่ลักพาตัวเจ้าหญิงยูกิไป

Samanosuke Akeshi ตัวเอกของเกม และ Takeshi Kaneshiro นักแสดงหลัก
เนื้อเรื่องแบบย่อของภาคแรก
ปี 1560 ท่ามกลางสงคราม ซามาโนะสุเกะ อาเคจิ ต้องต่อสู้กับ โอดะ โนบุนากะ ไดเมียวผู้ชั่วร้ายที่ร่วมมือกับปีศาจ เกนมะ โนบุนากะเกือบตายแต่ฟื้นขึ้นมาด้วยพลังลึกลับ หนึ่งปีต่อมา ซามาโนะสุเกะได้รับจดหมายจาก เจ้าหญิงยูกิ ให้มาช่วยตามหาคนรับใช้ที่หายตัวไป เมื่อไปถึงปราสาทอินาบะยามะ กลับพบว่าเจ้าหญิงถูกเกนมะจับตัวไป ซามาโนะสุเกะได้รับพลังจากเผ่า โอนิ กลายเป็น โอนิมูฉะ นักรบอสูร และต้องต่อสู้เพื่อช่วยเจ้าหญิงยูกิ และหยุดยั้งแผนร้ายของโนบุนากะ
ระบบการเล่นที่ผสมผสาน
Onimusha: Warlords นำเสนอเกมเพลย์แบบ Action Adventure ผสมผสานกับ Hack and Slash และการแก้ปริศนา ตัวเกมใช้มุมกล้องแบบ Pre-Rendered Background คล้าย Resident Evil แต่การต่อสู้ระยะประชิดมีความอิสระและลื่นไหลกว่า ผู้เล่นสามารถตั้งดาบ ฟัน ถอยหลัง ล็อคเป้าศัตรู และทำคอมโบได้หลากหลาย มีระบบการโจมตีแบบ One Hit Kill เมื่อศัตรูล้ม และระบบ Counter Attack ที่สามารถจัดการศัตรูได้ในดาบเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบการใช้เวทมนตร์ที่ผูกกับอาวุธแต่ละชนิด เช่น คาตานะอัศนี ดาบเพลิง และนากินตะคู่ แต่ละชนิดมีพลังโจมตีและเวทมนตร์ที่แตกต่างกัน
ระบบอัปเกรด และ Progression
ตัวเกมมีระบบพื้นฐาน 3 หลอดคือ เลือด พลังเวท และ Orb โดย Orb ที่ได้จากการกำจัดศัตรูจะแบ่งเป็น 3 สี คือ เหลือง (ฟื้นฟูเลือด) ม่วง (ฟื้นฟูพลังเวท) และแดง (ค่าเงินในเกม) ผู้เล่นต้องดูด Orb เหล่านี้เข้าตัวเพื่อใช้งาน Orb สีแดงสามารถใช้อัพเกรดอาวุธ และลูกแก้วพลังเวท ซึ่งจำเป็นต่อการปลดล็อคประตูบางบานที่มีผังผืดลูกแก้วติดอยู่ ตัวเกมมีระบบ Progression คล้าย Metroidvania และ Resident Evil ที่ต้องตามหา Key Item ต่างๆ เพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง และมีจุดเซฟเป็นศาลเจ้าที่สามารถอัพเกรดอาวุธและคราฟต์ไอเทมได้
ปริศนา และ Dark Realm
ปริศนาใน Onimusha Warlords มีทั้งแบบที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เพื่อปลดล็อคไอเทมต่างๆ และแบบที่บังคับให้ทำเพื่อดำเนินเรื่อง ปริศนาเหล่านี้มีความยากง่ายผสมกันไป เช่น Puzzle เรียงเลข และการ Decode รหัส Dark Realm เป็นโหมดไต่หอคอยที่ต้องสู้กับเกนมะไปเรื่อยๆ เมื่อเคลียร์แต่ละชั้นจะได้รับรางวัล และหากถึงชั้นที่ 20 จะได้รับ Bishamon Sword สุดยอดดาบสุดโกง
ดนตรีประกอบสุดอลังการ
Onimusha: Warlords ได้ Mamoru Samuragochi (มาโมรุ ซามุราโกชิ) ผู้ประพันธ์เพลงจาก Resident Evil Dual Shock Ver มาทำเพลงประกอบ โดยใช้ วงออเครสต้ากว่า 200 ชิ้น ผสมผสานกับเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอย่างขลุ่ยและกลองไทโกะ สร้างสรรค์ผลงานดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ
Onimusha 2: Samurai's Destiny (2002) - ตำนานบทใหม่
เคอิจิ อินาฟุเนะ (ผู้สร้าง Rockman) มาเป็นโปรดิวเซอร์ และต้องการเน้นการเล่าเรื่องและการผจญภัยมากขึ้น ภาคนี้ได้ ยูซากุ มัตสึดะ นักแสดงผู้ล่วงลับมาเป็นต้นแบบให้ตัวเอก จูเบย์ ยางิว และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวละคร อาโอคิยิ จาก One Piece ด้วย

Keiji Inafune บิดาผู้ให้กำเนิด Rockman (ตามที่คนเข้าใจ)
เนื้อหาแบบย่อในภาค Samurai's Destiny
หลายปีหลังภาคแรก โนบุนากะคืนชีพ! จูเบย์ ยางิว ชายหนุ่มผู้มีสายเลือดโอนิ ได้รับภารกิจจากแม่ (โอนิหญิง ทาคาโจ) ให้รวบรวม ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 เพื่อหยุดยั้งโนบุนากะ จูเบย์จึงออกเดินทางพร้อมกับเพื่อนๆ (โอยุ, เอเคย์, โคทาโร่, มาโกอิชิ) เพื่อรวบรวมลูกแก้วและปราบโนบุนากะ
ระบบใหม่ในภาคที่ 2
- ระบบความสัมพันธ์: ผู้เล่นสามารถให้ของขวัญกับตัวละครร่วมทางทั้ง 4 คน (โอยุ, เอเคย์, โคทาโร่ และ มาโกอิชิ) เพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลต่อเนื้อเรื่องและการช่วยเหลือในการต่อสู้
- ระบบ Issen: ปรับปรุงระบบ Counter Attack ให้สามารถใช้กับศัตรูกลุ่มใหญ่ได้
- ระบบชาร์จโจมตี: กด R1 ค้างเพื่อชาร์จอาวุธ เพิ่มพลังโจมตีและคอมโบ
- Oni Orb: ลูกแก้วสีม่วง เมื่อเก็บครบ 5 ลูก จูเบย์จะกลายร่างเป็น Onimusha เพิ่มพลังโจมตีมหาศาลและเป็นอมตะชั่วคราว
- Phantom Realms: ปรับปรุงจาก Dark Realm ให้เข้าผ่านแสงที่พื้น และต้องใช้ Wedge ในการเข้า แต่ละ Realm มีชั้นและไอเทมรางวัลที่แตกต่างกัน
Onimusha 3: Demon Siege (2004) - ข้ามเวลาฝ่าวิกฤต
ภาคที่สามถูกวางให้เป็นภาคปิดไตรภาค เน้นแอคชั่นดุเดือด เซ็ตติ้งหลักย้ายไปปารีสยุคปัจจุบัน เพื่อดึงดูดเกมเมอร์ชาวตะวันตก ภาคนี้ได้ Jean Reno นักแสดงชื่อดังชาวฝรั่งเศสมารับบท Jacques Blanc (ฌาคส์ บลองค์) และได้ Takashi Yamasaki (ทาคาชิ ยามาซากิ) ผู้กำกับปรสิตเดรัจฉาน และ Donnie Yen (ดอนนี่ เยน) หรือ ยิปมัน มาช่วยออกแบบคิวบู๊ ภาคนี้ใช้ Engine ใหม่ ทำให้กราฟิกเป็นสามมิติเต็มรูปแบบ เรื่องราวเกี่ยวกับ ซามาโนะสุเกะ ที่ถูกดูดไปยังอนาคต และ ฌาคส์ ถูกดูดไปยังอดีต ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันข้ามเวลากลับไปกลับมาเพื่อหยุดยั้งแผนการยึดครองโลกของโนบุนากะ

Jean Reno และ Takeshi Kaneshiro ผู้รับบทเป็นตัวละครเอกทั้งสองตัว
เนื้อหาแบบย่อของ Demon Siege
ซามาโนะสุเกะ ถูกดึงไปยังอนาคต (ปารีส 2004) ที่ซึ่งเกนมะกำลังบุกโจมตี! ส่วน ฌาคส์ บล็องค์ นายทหารฝรั่งเศส ถูกส่งไปยังอดีตยุคของซามาโนะสุเกะ ทั้งสองต้องร่วมมือกัน โดยมี อาโกะ ภูติน้อยเทงงุ ที่สามารถเดินทางข้ามเวลาและส่งไอเทม คอยช่วยเหลือ พวกเขาต้องต่อสู้ทั้งในอดีตและอนาคตเพื่อหยุดยั้งแผนการยึดครองโลกของโนบุนากะ
ระบบใหม่ในภาค 3
- สองตัวละครหลัก: ซามาโนะสุเกะ (ยุคปัจจุบัน) และ แจ็ค (ยุคอดีต) มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ซามาโนะสุเกะเน้นการต่อสู้แบบดั้งเดิม ส่วนแจ็คใช้อาวุธแส้และปืน มีท่าจับศัตรูและเคลื่อนที่พิเศษ
- Ako (อาโกะ): ภูติน้อยเทงงุ ผู้ช่วยที่สามารถข้ามเวลาและส่งไอเทมระหว่างสองตัวละครได้
- ชุดของ Ako: มี 8 รูปแบบ แต่ละชุดมีความสามารถพิเศษ เช่น ดูดลูกแก้วเร็วขึ้น ฟื้นฟูเลือด เพิ่มพลังโจมตี
- Phantom Realm: ปรับปรุงให้สามารถเข้าใหม่ได้แม้จะยอมแพ้ และมีเส้นทางให้เลือกเดิน สามารถขึ้นๆ ลงๆ ได้
- โหมดฝึกฝน: ฝึกท่าโจมตี ซ้ำศัตรู และเค้าเตอร์แอทแทค
- โหมด Oni Target Practice: ฝึกยิงธนูหรือปืน
- โหมด Adventure of Heihachi: เนื้อเรื่องเสริมของเฮย์ฮาชิ
- โหมด Genma Puzzle Space: เปิดโอกาสให้ผู้เล่น ได้เล่น Puzzle จากทั้งสามภาค
Onimusha: Dawn of Dreams (2006) - บทใหม่ของตำนาน
ภาคต่อที่เหมือนเป็นการรีเซ็ตแฟรนไชส์ นำโดย Keiji Inafune เรื่องราวเกิดขึ้น 15 ปีหลังการพ่ายแพ้ของโนบุนากะ Hideyoshi Toyotomi (ฮิเดโยชิ โทโยโทมิ) กลายเป็นแม่ทัพปีศาจคนใหม่ ตัวเอกคือ Soki (โคจิน โซคิ) อสูรสีน้ำเงิน ภาคนี้มีกลิ่นอายของอนิเมะยุค 2000 และมีตัวละครร่วมทางที่สามารถเล่นได้ เช่น Akane Yagyu (อากาเนะ ยางิว), Ohatsu (โอฮัตสึ) และ Roberto Frois (โรเบอโต้ ฟรอยส์)

ภาพเกมเพลย์จาก Dawn of Dreams
ระบบใหม่ใน Dawn of Dreams
- กราฟิกสามมิติเต็มรูปแบบ: ผู้เล่นสามารถปรับมุมกล้องได้เอง
- ระบบ Hub: มีบ้านเป็น Area หลัก กลับมาพัก ผสมไอเทม ซื้อของ อัพเกรด และออกทำภารกิจ
- เพื่อนร่วมทาง: เลือกเพื่อนร่วมทางได้ แต่ละคนมีความสามารถพิเศษ เช่น นำทาง หาไอเทม เปิดเส้นทางพิเศษ
- ระบบสั่งการ AI: สั่งเพื่อนร่วมทางผ่านปุ่ม D-Pad
- ระบบสลับตัวละคร: สลับตัวละครระหว่างเล่นได้ทันที
- ระบบสกิล: อัพเกรดสกิลด้วย Skill Point แบ่งเป็น Attack, Critical, Guard และ Absorb
- ระบบ RPG: มีเลเวล หลอดเลือดศัตรู และนับคอมโบ
- ระบบอาวุธ RPG: ดรอปอาวุธและอัพเกรดได้
- ระบบเวทมนตร์: ชาร์จได้ 3 ขั้น แต่ละขั้นมีแอคชั่นท่าต่างกัน
- Dark Realm: ไต่ 100 ชั้น แต่ละตัวละครมีอาวุธสุดยอดในชั้นสุดท้าย
ภาค Spin-Off และอื่นๆ
- Genma Onimusha (2002) Xbox: ภาคปรับปรุงของภาคแรก เพิ่มความยาก ลูกแก้ววิญญาณสีเขียว
- Onimusha Tactics (2003) Game Boy Advance: เกม Turnbased RPG Tactics
- Onimusha Blade Warriors (2003) Playstation 2: เกม Fighting Brawler คล้าย Smash Bros.
- Shin Onimusha: Curtain of Darkness (2006) Mobile: เกมมือถือ เล่าเรื่องของโซคิและเพื่อน
- Onimusha Karakuri Genma Shiro (2008) Mobile: เกม Puzzle
- Onimusha Soul (2012) Browser: เกมการ์ด มีระบบอัพเลเวลการ์ด สร้างทีม และสร้างเมือง
- Minna to Onimusha Card Master (2013) iPhone: เกมการ์ด วัดพลังเด็ค
- Onimusha: Warlords (2019) PC, PS4, Switch, Xbox One: ภาค Remastered ปรับปรุงกราฟิกเป็น HD รองรับจอไวด์สกรีน เพิ่มระบบถ้วยรางวัล ปรับปรุงเพลงประกอบ
บทสรุป
Onimusha เป็นซีรีส์เกมที่ผสมผสานตำนานซามูไร ปีศาจ และแอคชั่นได้อย่างลงตัว ถึงแม้ภาคหลักจะจบลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีภาค Spin-Off และ Remastered ออกมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง การรีมาสเตอร์ภาค Warlords อาจเป็นการหยั่งเชิงตลาดของ Capcom ว่ายังมีแฟนๆ สนใจซีรีส์นี้อยู่หรือไม่ และแน่นอนว่าในที่สุด Capcom ก็ได้สานฝันเกมเมอร์ให้ในที่สุด ซึ่งเปลี่ยนจาก Crapcom เป็น Capgod เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ก็ต้องรอต่อไปว่าเกมจะมีอะไรปล่อยออกมาให้ดูกันอีกในอนาคต