
Overview
หลังจากข่าวคราวเงียบหายไปถึง 9 ปี ในปี 2021 Lucasfilm Games (ชื่อใหม่ของ LucasArts) ก็ประกาศแผนปล่อยวิดีโอเกม Indiana Jones ภาคใหม่ โดยร่วมมือกับ Bethesda Softworks และพัฒนาโดย MachineGames ภายใต้การดูแลของ Todd Howard ในฐานะผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร เนื่องจากทั้งสองบริษัทอยู่ภายใต้ ZeniMax Media เหตุผลที่เลือก MachineGames เพราะ Todd Howard มองว่า Wolfenstein ยุคใหม่ที่พวกเขาสร้างมีธีมการต่อสู้กับนาซีเช่นเดียวกับ Indiana Jones ยิ่งไปกว่านั้น Todd Howard ยังเป็นแฟนตัวยงของ Indiana Jones และจะลงมาเขียนบทเกมเอง การที่เกมอยู่ในมือ MachineGames หมายถึงทีมงาน Wolfenstein เกือบยกชุดจะได้มาทำเกมนี้นี่เอง แถมยังใช้เอนจิ้น id Tech ในการพัฒนาอีกด้วย! Jerk Gustafsson โปรดิวเซอร์มากฝีมือจาก Wolfenstein ก็นั่งแท่นผู้กำกับเกมนี้ และตัวอย่างแรกก็เผยโฉมในช่วงต้นปี 2024 ในชื่อ Indiana Jones and the Great Circle สร้างความฮือฮาด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First Person) ซึ่งแตกต่างจากเกมธีมคล้ายกันอย่าง Tomb Raider หรือ Uncharted ที่เป็นมุมมองบุคคลที่สาม (Third Person) นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และถ้าเทียบกับเกม Indiana Jones อื่นๆ ที่ผ่านมา นี่น่าจะเป็นเกมแรกที่พัฒนาด้วยงบและทีมงานระดับ AAA
Story (7/10) - บทใหม่ที่เคารพต้นฉบับ
ตัวเกมนำเสนอเรื่องราวที่แต่งขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ มีฉากหลังในปี 1937 ระหว่างเหตุการณ์ใน Raiders of the Lost Ark และ Indiana Jones and the Last Crusade ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีฝ่ายอักษะเป็นศัตรู ช่วงแรกของเกมจะพาเราย้อนไปเล่นในฉากจากภาพยนตร์ Raiders of the Lost Ark แบบเหมือนภาพยนตร์แทบทุกกระเบียดนิ้ว แฟนหนังเรื่องนี้ฟินแน่นอน เพราะมีฉากวิ่งหนีหินในตำนานด้วย! แต่เหตุการณ์จะตัดมาที่ Indiana Jones ฝันถึงอดีต
จนวันหนึ่ง Marshall College มหาวิทยาลัยที่ Indiana Jones เป็นอาจารย์อยู่ ถูกบุกรุกโดยชายปริศนาร่างยักษ์ (นำแสดงโดย Tony Todd ผู้ล่วงลับ นี่คือผลงานสุดท้ายของเขา) ชายคนนั้นขโมยวัตถุโบราณและทำร้าย Indiana Jones จนหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมา เขาได้สืบหาว่าชายคนนั้นขโมยอะไรไปและเอาไปทำอะไร จนพบจี้ห้อยคอที่หลุดติดกับกระจกระหว่างหลบหนี อินดี้จำได้ทันทีว่าจี้นี้มาจากนครรัฐวาติกัน จึงเดินทางไปพบเพื่อนเก่า บาทหลวง Antonio เพื่อตามหาชายคนนั้น จนได้พบกับ Gina Lombardi นักข่าวชาวอิตาลีที่สนใจในคดีนี้เช่นกัน ทั้งคู่ค้นพบว่าสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลกที่ถูกสร้างขึ้นมีตำแหน่งเชื่อมกันเป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์แบบรอบโลก นอกจากโรมแล้ว ยังมีวัดสุโขทัยในประเทศไทย พีระมิดอียิปต์ เซี่ยงไฮ้ และเทือกเขาหิมาลัย แต่ละที่มีสิ่งประดิษฐ์ปริศนาเก็บไว้ ถ้ารวบรวมครบจะไขปริศนาของโลกได้ ฝ่ายนาซีนำโดย Emmerich Voss นักโบราณคดีของกองทัพก็ออกตามหาสิ่งเดียวกัน เพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งพลังในการทำให้กองทัพยิ่งใหญ่และยึดครองโลก จึงเกิดการชิงไหวชิงพริบระหว่าง Indiana Jones กับกองทัพนาซี
ที่น่าสนใจคือมีนักแสดงชาวไทยร่วม Motion Capture ในเกมนี้ด้วย ได้แก่ คุณวิทยา ปานศรีงาม และคุณวรนันต์ บุญชมธนดีสีห์ (เกรซ The Face)
การเล่าเรื่องของ Indiana Jones and the Great Circle เน้นเล่าผ่าน Cinematic เป็นส่วนใหญ่ เหมือนดูภาพยนตร์ มีมู้ดการสนทนาแบบ Comedy เล็กน้อยตามสไตล์หนัง Indiana Jones มุมกล้องต่างๆ วางแบบภาพยนตร์และขยับเองได้นิดหน่อย การทำภารกิจเป็นเส้นตรงตามเควสหลัก แต่มีเควสรองให้ทำ หลายๆ ด่านเป็นเหมือน Open World เล็กๆ ให้สำรวจหรือรับเควสรองจาก NPC โดยรวมแล้ว แฟนภาพยนตร์ที่มาเล่นเกมนี้ก็เหมือนได้ดูหนัง Indiana Jones ภาคใหม่ที่ยาวมากๆ เพราะแค่ Cutscene รวมๆ ก็ 4 ชั่วโมงแล้ว แต่ถ้าไม่เคยรู้จักซีรีส์นี้มาก่อนหรือภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง อาจจะงงได้ เนื้อเรื่องถ้าใครเป็นแฟนคลับซีรีส์นี้มาก่อนจะเดาทิศทางของมันได้ง่ายๆเลย เรียกได้ว่าเหมือนรับชมภาพยนตร์ Indiana Jones ภาคใหม่ที่ยาวมากๆเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ
Gameplay (7/10) - ผจญภัย ไขปริศนา ลอบเร้น มากกว่าบู๊ล้างผลาญ
ระบบการเล่นเป็นมุมมอง First Person ด้วยเอนจิ้น Id Tech หลายคนติดภาพว่าเกมที่ใช้ Id Tech ต้องบู๊ล้างผลาญยิงเลือดสาด แต่ Indiana Jones and the Great Circle เน้น ลอบเร้นและไขปริศนา เกมมีปืนให้ก็จริง แต่กระสุนน้อยและเสียงดัง ทำให้ศัตรูแห่กันมา การต่อสู้ถ้าเลือกบู๊จะเน้นระยะประชิด เราจึงจำเป็นต้องใช้แส้โจมตีหรือหยิบของตามฉากมาเป็นอาวุธ ซึ่งตรงนี้ผมชอบมาก ใช้ได้ตั้งแต่ขวดเหล้า กระทะ ที่ตบยุง หรือถ้าไม่อยากใช้อาวุธก็ต่อยตรงๆ ได้ มีบล็อกและเคาน์เตอร์ด้วย
ระบบสกิลมาเป็นหนังสือที่หาได้ตามฉากหรือกล่องเก็บของ เก็บมาแล้วยังใช้ไม่ได้ ต้องใช้แต้มค่าประสบการณ์แลกเพื่อปลดล็อก แต้มพวกนี้หาได้จากการเก็บเอกสาร ของสะสมตามฉาก หรือ Minigame ถ่ายรูป ช่วงหนึ่งเราต้องควักเงินซื้อกล้องถ่ายรูป แต่ไม่ได้ถ่ายมั่วๆ ถ้าตรงไหนถ่ายได้ เกมจะมีไอคอนบอก เช่น ถ่ายรูปแมว เกมมีเงินให้ใช้ซื้อไอเทมต่างๆ ตามร้านค้า หรือหนังสือสกิล
เกมนี้เน้น Adventure มากกว่า Action หลายด่านเน้นสำรวจและไขปริศนา ซึ่งไม่ได้ยากหรือง่ายเกินไป แต่ถ้าใครไม่อยากคิดมาก เกมปรับระดับความยากของปริศนาได้ หรือใช้กล้องถ่ายรูปเพื่อรับคำใบ้จนง่ายสุดๆ การเคลื่อนไหวเป็นแบบเกมผจญภัยทั่วไป มีสำรวจ กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ใช้แส้โหน ปีนป่าย ซึ่งหลายๆ อย่างเกมจะปรับเป็นมุมมองบุคคลที่สามให้ การใช้ของต้องหยิบขึ้นมา เช่น พันแผล กินอาหาร เปิดประตูที่ล็อกต้องหยิบกุญแจและต้องกดไขด้วย แรกๆ ก็ดูเท่ แต่พอต้องเปิดหลายๆ ประตูติดกันก็แอบรำคาญ การเปิดกล่อง แหวกสิ่งกีดขวางก็ต้องกดเองหมด เข้าใจว่าอยากให้รู้สึกว่าเป็น Indiana Jones จริงๆ แต่ก็แอบเยอะไปนิด และ AI ของศัตรูที่เอาตามตรงดูจะแปลกๆไปสักหน่อย ด้วยความที่การต่อสู้ส่วนมากจะเป็นระยะประชิดต่อให้ศัตรูทั้งแผนที่แห่มาโจมตีเรา ก็จะมาในรูปแบบเรียงแถวต่อยกับเราทีละตัวเท่านั้น ซึ่งก็จะมีบางพื้นที่ที่ศัตรูจะหยิบปืนมายิงใส่เราด้วยเหมือนกันวิธีแก้คือไปหามุมที่เป็นทางเข้าทางเดียวหลบและต่อสู้ทีละตัวเท่านี้ก็สามารถต่อยศัตรูได้ทั้งพื้นที่แล้วครับ
Performance (8/10) - ลื่นไหล เสถียร บนขุมพลัง Id Tech
ด้วยความที่ใช้ Id Tech ที่พัฒนามาอย่างยาวนาน เฟรมเรตเลยนิ่งมาก บน Xbox Series X ที่ผมลองไม่มีตัวเลือกปรับกราฟิก ปกติบน Console จะมีโหมด 30FPS ภาพสวย หรือ 60FPS ลดคุณภาพ แต่เกมนี้บน Xbox Series X รันที่ 60 FPS นิ่ง ภาพสวย ไม่เบลอ บน PC ก็ไม่กินสเปคเกินไป ใครเน้นเฟรมเรตหรือภาพสวยก็เล่นได้ไม่มีปัญหา จากที่ลองมีแค่ปัญหา FPS ร่วงตอนเข้าเกมหนักมาก วิธีแก้คือสลับ Upscale ใน Setting เป็นอันอื่นแล้วกลับมาใช้อันเดิมก็หาย เกมนี้มีแค่ DLSS ของ Nvidia และ Frame Generation แต่เหมือนมีปัญหากับจอ 4K เพราะผมเปิด 4K แล้วกระตุกมาก แต่ถ้าเปิดบน Full HD ก็ปกติ น่าจะต้องรอ Patch แก้ โดยรวมแล้วผมค่อนข้างประทับใจการ Optimize บั๊กรุนแรงยังไม่เจอ มีดรอปบ้างในบาง Cutscene แต่ตอนเล่นปกติไม่มี แนะนำว่าต้องลง SSD เพราะเกมใหญ่เกิน 100GB และฉากใหญ่ ใครใช้ HDD จานหมุน ภาพน่าจะเป็นดินน้ำมัน ทั้งนี้ผมพูดถึงการเล่นแบบไม่เปิด Ray Tracing นะครับ ตัวเกมบน PC มีการตั้งค่า Ray Tracing แบบ Path Tracing ที่เป็นขั้นกว่าของ Ray Tracing เข้ามาด้วย ใครที่คอมสเปคไม่แรงมาก ผมแนะนำว่าอย่าหาทำที่จะเปิดเลย ถึงแม้จะได้แสงเงาที่สวยขึ้นมากก็จริงแต่ค้องแลกมากับ FPS ที่ล่วงลงแบบสุดๆเลยก็ว่าได้
Sound Design (7/10) - คลาสสิกตามสไตล์ลุงอินดี้
ทางด้านเสียงประกอบของเกมนี้ได้คุณ Gordy Haab มาเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบให้ โดยเขาก็เป็นผู้ประพันธ์ที่ทำงานให้กับเกมของค่าย Lucasfilm Games มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งในการประพันธ์ครั้งนี้เขาเองก็ประพันธ์เพลงต่างๆขึ้นมาโดยอิงจากเพลงประกอบดั้งเดิมของคุณ John Williams ในฉบับภาพยนตร์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็ออกมาได้เป็นอย่างดี ในใช้จังหว่ะของเพลงต่างๆหรือมู้ดของเพลงฟังแล้วได้กลิ่นอายของภาพยนตร์ต้นฉบับมาเต็มๆ แต่บางจังหว่ะอาจจะมีเสียงเพลงดังเกินจนกลบเสียงพูดอยู่บ้าง /*/ เสียงเอฟเฟกต่างๆทำออกมาได้โอเคในมาตรฐานเกมยุคปัจจุบันไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเกินไป ยกเว้นเสียงแส้ที่ฟาดทีเสียงดังสะใจมากๆ