Atari ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ RealPongCoin หรือ $PONG เหรียญ Crypto มีมใหม่ ที่มีบัญชี Twitter ในชื่อ "The Everything App" เปิดตัวในวันเดียวกัน โดย Atari เคยมีแผนที่จะเข้าสู่ตลาด Crypto และ NFT อย่างเต็มรูปแบบ แต่ปัจจุบันได้ปิดธุรกิจในส่วนนั้นไปแล้ว และหันมามุ่งเน้นที่การจำหน่ายเกม Retro และประวัติศาสตร์วิดีโอเกมแทน
Atari ระบุชัดเจนว่า RealPongCoin หรือ $PONG นั้นใช้เครื่องหมายการค้า PONG ที่ Atari จดทะเบียนไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และบริษัทยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับโปรเจกต์ Crypto นี้ Atari ยังเตือนไปยังสาธารณชนว่า RealPongCoin มีความเสี่ยงที่จะหลอกลวงผู้บริโภค โดยการทำให้เข้าใจผิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับ Atari และขณะนี้ทีมกฎหมายของ Atari กำลังตรวจสอบมาตรการต่างๆ เพื่อหยุดยั้งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
จากการตรวจสอบเบื้องต้น RealPongCoin ดูไม่น่าเชื่อถือมากนัก เมื่อค้นหาใน Google ข่าวเกี่ยวกับคำแถลงของ Atari กลับมีมากกว่าข้อมูลจากทาง $PONG เอง ช่องทางหลักของเหรียญมีมนี้ มีเพียงบัญชี Twitter ที่ค่อนข้างเงียบเหงา และเว็บไซต์ที่แทบจะว่างเปล่า ซึ่งประกาศว่า "มันยังไม่จบ ใช่มันเป็นเรื่องจริง" พร้อมลิงก์ไปยังช่อง Telegram, Blockchain Contract และช่องทางการซื้อ $PONG
บัญชี Twitter ของ $PONG ระบุไว้สองแห่งว่า "ไม่เกี่ยวข้องกับ Atari" และในเว็บไซต์ยังมีข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยยืนยันว่า "ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็น หรือถูกมองว่าเป็นการลงทุน สัญญาการลงทุน หรือหลักทรัพย์ใดๆ" ซึ่งข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบเหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นแม่แบบที่โครงการ Crypto ใหม่ๆ นิยมใช้ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้อง โดยเหรียญ TrumpCoin ใหม่ ก็มีข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบที่คล้ายกัน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Atari ถึงต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุผลก็คือหากไม่ติดตามข่าวสารของบริษัทอย่างใกล้ชิด ก็อาจเข้าใจผิดได้ว่า Atari กลับไปร่วมมือกับกลุ่มคนที่น่าสงสัยอีกครั้ง เพราะในช่วงปลายทศวรรษ 2010 ถึงต้นทศวรรษ 2020 Atari เคยเป็นผู้นำในด้านการปรับตัวเข้าสู่ Crypto อย่างรวดเร็ว ด้วยข้อตกลง Metaverse, โทเค็น ATRI และโรงแรมที่เน้นการโฆษณาเกินจริง จนหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว Wade Rosen CEO คนปัจจุบันของ Atari ได้ปิดฉากกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Crypto และมีมลงอย่างเงียบๆ ในขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนแนวทางของบริษัท โดยมุ่งเน้นไปที่การจำหน่ายเกม Retro และการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ Atari ได้เข้าซื้อกิจการ MobyGames ฐานข้อมูลอุตสาหกรรมวิดีโอเกม รวมถึง Digital Eclipse และ Nightdive ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีเมคเกม Retro และทั้งสามบริษัทก็ดูเหมือนจะไปได้ดี MobyGames ยังคงดำเนินการตามปกติ เพียงแค่มีโครงสร้างพื้นฐานและ UI ที่อัปเดตแล้ว Digital Eclipse เพิ่งเปิดตัวเกม Power Rangers: Rita's Rewind และ Nightdive ก็เพิ่งเปิดตัว The Thing ฉบับรีมาสเตอร์
ดังนั้น Atari จึงหันหัวเรือกลับ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Atari ถึงมีเหตุผลมากกว่าที่จะออกมาประณามการหลอกลวง Crypto ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาของตนอย่างชัดเจน ถึงกระนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทจะเอาชนะการป้องกันทางกฎหมายที่แข็งแกร่งของ "ไม่มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์" ได้อย่างไร
ที่มา pcgamer